สำนักวิทยบริการหรือห้องสมุด ของสถาบันราชภัฏเพชรบุรี เข้าใจว่าได้เริ่ม มีมาตั้งแต่สมัยแรกตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรม เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ 2469 ณ จังหวัดราชบุรี ต่อมาได้ย้ายมาตั้งในเขตพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) เมื่อพ.ศ. 2470 จากสมุดบันทึกของคุณครูบุญช่วย เลี้ยงสกุล แห่งโรงเรียนฝึกหัดครู กสิกรรมเพชรบุรี ท่านได้บันทึกระหว่าง พ.ศ. 2479 - 2480 เรื่อง ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ ว่า จังหวัดหนึ่งให้เงินครั้งแรก 600 บาท สำหรับบำรุง และต่อไปให้เงินเป็นประมาณรายปี นอกจากนี้ยังได้บันทึกเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้ ความประสงค์ของห้องสมุด 1. เพื่อรวบรวมหนังสือต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เพื่อกันการฉีกขาดสูญหาย 2. เพื่อให้นักเรียนมีหนังสืออ่าน หนังสือเรียนมีมากเล่มจะได้เกิดความรู้กว้างขวาง 3. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้กว้างขวางมากขึ้น เพราะการเรียนในห้องเรียน ครูสอนแต่หลัก และแนวเบื้องต้นเท่านั้น เมื่อใครอยากรู้ยิ่งขึ้นไปค้นที่ห้องสมุด 4. เพื่อให้นักเรียนรักการอ่าน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาเล่าเรียน 5. เพื่อเป็นโอกาสให้เด็กตั้งห้องสมุดสำหรับตนเองขึ้นที่บ้าน ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ต่อไปภายหน้า 6. เพื่อให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน ติดโรงเรียน ติดการอ่าน เพราะหนังสือในห้องสมุดเราเก็บไว้ได้หลายแผนก เช่น บันเทิงคดี วรรณคดี ศิลปศาสตร์ เป็นต้น หนังสือที่ห้ามมีในห้องสมุด 1. หนังสือที่ชักจูงให้กระด้างกระเดื่องต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. หนังสือเรื่องที่ปลุกราคะ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านเกิดความประพฤติ และมารยาทที่ชั่ว และผิดศีลธรรม 3. หนังสือที่มีภาพลามกอนาจาร หนังสือที่เก็บในห้องสมุด หนังสืออะไรก็ได้นอกจากหนังสือที่มีลักษณะดังกล่าวมาแล้วแต่ต้น 3 ประการนั้น ตัวอย่างหนังสือที่เก็บในห้องสมุด 1. หนังสือสำหรับค้นหรือตำราเรียนของชั้นต่าง ๆ 2. หนังสือวรรณคดี 3. โบราณคดี 4. บันเทิงคดี 5. ศิลปศาสตร วิธีจัดห้องสมุด 1. ตั้งครูคนหนึ่งเป็นบรรณารักษ์ หรือเป็นหัวหน้าห้องสมุด สำหรับ รับผิดชอบในกิจการทั่วไป 2. ตั้งผู้ช่วย ได้แก่นักเรียนเป็นผู้ช่วยแล้วแต่ต้องการ 3. ทำบัญชีห้องสมุด ลงเครื่องหมาย เป็นหมวด เป็นประเภท ไว้ให้เรียบร้อย 4. ตั้งกฎข้อบังคับ เวลาเปิด เวลาปิด การยืม การปรับ ฯลฯ ให้เรียบร้อย 5. ประกาศให้นักเรียนทราบระเบียบการต่าง ๆ ตลอดจนหนังสือ ที่มีในห้องสมุด การเก็บหนังสือในห้องสมุด 1. หนังสือต่าง ๆ ต้องเก็บไว้ในตู้ เพื่อกันฉีกขาดสูญหาย 2. แบ่งออกเป็นหมวดเป็นพวก ไม่ให้ปะปนกัน เพื่อสะดวกแก่การค้นหา จะเก็บโดยวิธีเหล่านี้ก็ได้ เช่น แบ่งเป็นหมวด-หมู่ จัดเป็นตู้ ๆ จัดเป็นชั้น ๆ ของตู้ จัดตามขนาดของหนังสือ นอกจากคุณครูบุญช่วย เลี้ยงสกุล ได้บันทึกดังกล่าวแล้วยังได้ขยาย ใจความ ห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์ ออกไปอีก 13 บรรทัด และที่เขียน ค้างไว้คือ ประโยชน์ของห้องสมุด สรุปได้ว่าระหว่างปี พ.ศ. 2470-2480 ห้องสมุดโรงเรียนกสิกรรมได้เกิดขึ้นแล้ว ต่อมา พ.ศ. 2481 โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมได้ย้ายจากพระรามราชนิเวศน์ ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเพชรบุรีซึ่งเป็นที่วัดร้างชื่อวัดเกตุและเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑล ณ สถานที่แห่งนี้ต่อมาได้ใช้ใต้ถุน อาคารเรียนเป็นห้องสมุด พ.ศ. 2504 โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีได้ขยายไปอยู่ที่อยู่ปัจจุบันนี้และได้ ก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้นเป็นหลังแรก เมื่อ พ.ศ. 2507 และได้ใช้ชั้นล่าง ช่วงกลางเป็นห้องสมุด เนื้อที่ประมาณ 90 ตารางเมตร ในปีงบประมาณ 2516 วิทยาลัยครูเพชรบุรีได้ห้องสมุดหนึ่งหลังรูปแบบ สม.2 ซึ่งได้รับพร้อมกับวิทยาลัยครูอื่น ๆ รวม 9 หลัง เนื้อที่ของอาคาร 1,813 ตารางเมตร เป็นแบบ ค.ส.ล.อาคารยาว 45.5 เมตร กว้าง 18 เมตร เป็นอาคาร 2 ชั้น อาคารนี้สร้างเสร็จเมื่อ เดือน เมษายน พ.ศ. 2517 และเดือนพฤษภาคม 2517 ได้ย้ายห้องสมุดจากชั้นล่างอาคารเรียน 1เข้าสู่อาคารหอสมุดหลังใหม่ ผู้ทำ การก่อสร้าง คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดรวมชัยสถาปัตย์ ในปีงบประมาณ 2534 วิทยาลัยครูเพชรบุรีได้รับงบประมาณเพื่อต่อเติมอาคาร หอสมุดจำนวน 3 ล้านเศษ เป็นอาคาร 2 ชั้น ยาว 21 เมตร รวมเนื้อที่ 504 ตารางเมตร ระหว่างอาคารเก่ากับอาคารใหม่ได้สร้างทางเชื่อมต่อ ทั้งชั้นล่างและชั้นสอง ผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ ห้างหุ้นส่วนเพชรบุรีสุวัฒน์ก่อสร้าง ในปีงบประมาณ 2539 สถาบันราชภัฏเพชรบุรีได้รับงบประมาณ 35 ล้านบาทเศษ เพื่อก่อสร้างศูนย์วิทยบริการซึ่งเป็นอาคาร 6 ชั้น เนื้อที่ใช้สอย 4,962 ตารางเมตร ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2541 ก่อสร้างโดย ห้างหุ้นส่วน จำกัด ก. แหลมทองเพชรบุรี อาคารหอสมุดทั้ง 3 หลังจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันและใช้เป็นสำนักวิทยบริการ เพียงอย่างเดียว รวมเนื้อที่ทั้งหมด 7,279 ตารางเมตร จากบันทึกของคุณครูบุญช่วย เลี้ยงสกุล กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่าห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์เป็นงานอยู่ในฝ่ายธุรการ ห้องสมุด ควรตั้งอยู่ตรงกลางอาคาร สะดวกต่อการเข้าถึง หากมีเนื้อที่มากควรแยกพิพิธภัณฑ์ออกจากห้องสมุด ผู้รับผิดชอบ คือ อาจารย์บรรณารักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2512-2519 หอสมุดเป็นแผนก เรียกว่า แผนกห้องสมุดขึ้นกับสำนักงาน มีอาจารย์บรรณารักษ์เป็นหัวหน้าแผนก และอาจารย์ประจำแผนก อาจารย์ทั้งหมดมาจากอาจารย์หมวดวิชา บรรณารักษศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ถึง พ.ศ. 2519 หอสมุดยกฐานะ เป็นแผนกหอสมุดขึ้นกับสำนักงานอธิการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2527-2538 หอสมุดมีฐานะเป็นฝ่าย คือ ฝ่ายหอสมุด สังกัดสำนักส่งเสริมวิชาการ และเพื่อรองรับการแบ่งสายงานใหม่ จากการประกาศของสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2538 โดยเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการ ในสถาบันราชภัฏว่า สำนักวิทยบริการ รับผิดชอบงานหอสมุดและงานเทคโนโลยีสารนิเทศ อาจแบ่งเป็นฝ่ายดังนี้ ฝ่ายเลขานุการ ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารนิเทศ ฝ่ายบริการสิ่งพิมพ์ ฝ่ายสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง ฝ่ายสารนิเทศพิเศษ ฝ่ายบริการโสตทัศนวัสดุ ฝ่ายเทคโนโลยีสารนิเทศ ฝ่ายวิทยพัฒนา ดังนั้นตั้งแต่ พ.ศ. 2538 สถาบันราชภัฏเพชรบุรีได้ดำเนินการฝ่ายหอสมุด เป็นการภายใน แบ่งส่วนราชการออกเป็น 8 ฝ่าย และ แต่งตั้ง รักษาการผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการ เพื่อบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ที่ผู้อำนวยการมีฐานะเท่าคณบดี และประชุมในคณะกรรมการบริหาร (กบ.) ของสถาบัน บรรณารักษ์ ผู้รับผิดชอบสูงสุดของห้องสมุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรียกว่า บรรณารักษ์ห้องสมุด, หัวหน้าแผนกห้องสมุด , หัวหน้าแผนกหอสมุด, หัวหน้าฝ่ายหอสมุด , และรักษาการผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการ ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องสมุดตั้งแต่อดีตจนถึง พ.ศ. 2541 มีดังนี้ อาจารย์สงวน กุญแจทอง อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ อาจารย์เสถียร แจ่มสุวรรณ อาจารย์สุโท เจริญสุข (รองศาสตราจารย์สุโท เจริญสุข) อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว อาจารย์เฉลียว บุรีภักดี (ศาสตราจารย์ ดร. เฉลียว บุรีภักดี) อาจารย์เปี่ยมศิริ ผิวขำ พ.ศ. 2509 อาจารย์สวรรค ์ แก้วเหล็ก 2509-2510 (ผศ.สวรรค์ แก้วเหล็ก) อาจารย์สมหวัง แสงไสย 2510-2515 อาจารย์ชัยฤทธิ์ อิสรไกรศีล 2515-2518 อาจารย์สมบูรณ์ แก่นตะเคียน 2518-2521 อาจารย์ชำนาญ อิ่มสอาด 2521-2523 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมบูรณ์ แก่นตะเคียน 2523-ปัจจุบัน